
ขั้นตอนเลือกสรรที่ดิน ตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อชีวิตที่มั่นคง
ในชีวิตคนเรา มักจะมีหลายๆ สิ่งที่เป็นที่ต้องการ ซึ่งแต่ละคนก็ยอมหวังสิ่งที่ต้องการนั้นแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเรื่องความรัก เรื่องสุขภาพ เรื่องการงานต่างๆ และหนึ่งในเรื่องที่หลายๆ คน ถวิลหาก็คงไม่พ้นเรื่องของความมั่นคง
สำหรับความมั่นคงของชีวิตมักจะมาคู่กับการงาน หรือกิจการที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งจริงๆ แล้วการหาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน หรือขยายกิจการก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ควรมองข้ามไป
🔎
ศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง : "5 ขั้นตอนแห่งความมั่งคั่งกับการเลือกสรรที่ดิน"
อยากขยายกิจการ อยากได้ที่ดินเป็นของตัวเองจะเลือกแบบไหนและเลือกอย่างไรถึงจะดีและเหมาะกับเรารึเปล่า? คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นตลอด เวลาสำหรับผู้ที่มองหาที่ดินสำหรับการลงทุน หรือขยายกิจการ วันนี้จะมาตอบคำถามเหล่านี้ เพื่อให้คุณสามารถหาดูที่ดินที่ดีและเลือกได้ด้วยตัวเอง โดย พิจารณาองค์ประกอบหลัก 5 ประการ

มองหาทำเลท้องมังกร 📌
ในอดีตชาวจีนจะดูแนวเทือกเขาเป็นหลัก จากแนวเขาที่สูงที่สุดเป็นตำแหน่งของหัวมังกรไปจนต่ำสุดถือว่าเป็นหางมังกร ส่วนตรงกลางระหว่างหัวกับหางนั้นเราถือว่าเป็นตำแหน่งท้องมังกรที่มีความอุดมสมบรูณ์ที่สุด ถ้าเปรียบกับคนท้องมังกรก็เหมือนส่วนท้องเป็นตำแหน่งที่รวบรวมอวัยวะสำคัญของร่างกายเรานั่นเอง
ขอยกตัวอย่างท้องมังกรที่เห็นเด่นชัดที่สุดนั้นก็คือจังหวัดเชียงใหม่ แนวเขาดอยสุเทพที่ ทอดยาวจากทิศเหนือลดหลั่นลงไปทางทิศใต้ ส่วนตรงกลาง(ท้องมังกร) ก็คือส่วนของดอยสุเทพปุย ถ้าลากเส้นลงมาก็จะเป็นตำแหน่งกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีและเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด อาจมีคำถามว่า ถ้าพื้นที่ไม่มีแนวเขาจะพิจารณาจากอะไร? คำตอบคือให้ดูศูนย์กลางของความเจริญของเมืองนั้นเป็นหลักว่าอยู่บริเวณไหน บริเวณนั้นถือว่าเป็นท้องมังกร
ท้องมังกรนั้นมีข้อดีคือเติบโตง่าย เจริญรุ่งเรืองเร็ว แต่ข้อเสียก็คือราคาแพง ค่อนข้างหายาก เพราะมีแต่คนอยากได้ ขยายตัวลำบากในอนาคต การเลือกทำเลท้องมังกรนั้นจึงต้องพิจารณาว่าเหมาะสมกับธุรกิจที่เรากำลังจะลงทุนหรือเปล่า เช่น ถ้าทำโรงแรมแบบ Hostel ร้านอาหาร ก็น่าจะเหมาะสมอยู่ แต่ถ้าจะทำโกดังให้เช่าหรือโรงงานก็คงไม่ค่อยเข้าท่า

มองหาทำเลหางมังกร 📌
อีกหนึ่งทางเลือกตามหลักวิชาฮวงจุ้ย บริเวณที่เป็นหางมังกรซึ่งเป็นแนวของเทือกเขาที่ทอดตัวต่ำที่สุดหรือเขตบริเวณชานเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลตัวเมืองมากนัก ตำแหน่งนี้อีกไม่นานความเจริญจะคืบคลานมาอย่างแน่นอน และเมื่อความเจริญเข้ามาแล้วจะอยู่นานกว่าท้องมังกรอีกด้วย ก็คือ "พลังงานชี่ที่ดีจะไหลจากที่สูงลงมาพักตัวที่ท้องมังกร และจะไหลไปสิ้นสุดอยู่ที่หางมังกรเป็นระยะ เวลาอันยาวนาน" ทำเลหางมังกรมีข้อดีคือราคาไม่แพง หาได้ง่ายเพราะไม่ค่อยมีคนสนใจ ส่วนข้อเสีย เป็นทำเลที่ยังไม่เจริญมากนัก การเดินทางไม่ค่อยสะดวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของธุรกิจ ถ้าธุรกิจของคุณต้องการการเติบโตรวดเร็วทำเลหางมังกรอาจจะไม่เหมาะกับธุรกิจของคุณก็ได้

สภาพแวดล้อมที่ควรหลีกเลี่ยง 📌
สิ่งนี้ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่า "สั่วะ" แปลว่า อุปสรรค ในความเป็นจริงมีเยอะมาก แต่จะขอกล่าวถึงอุปสรรคหลักๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงนั่นก็คือ ที่ดินมีร่องน้ำผ่ากลางไม่ว่าจะเป็นแนวตรงหรือแนวนอน ตามตำราเรียกว่าที่ดินอกแตก, ร่องน้ำหรือลำเหมืองล้อมรอบที่ดินทั้งสี่ด้าน (แต่ถ้ามีเฉพาะด้านหน้าหรือด้านหลังเท่านั้นถือว่าดี), ที่ดินติดถนนโดยล้อมรอบทั้งสี่ทิศ, ที่ดินอยู่ตำแหน่งหัวโค้ง, ที่ดินที่อยู่ติดกับหนองน้ำที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าที่ดิน, ที่ดินที่ติดกับสุสานหรือเมรุ, ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง, ใกล้ที่ทิ้งขยะหรือที่กำจัดขยะ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรจะหลีกเลี่ยงในการหาซื้อที่ดินมาลงทุน

เลือกกระแสให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการ 📌
เมื่อสามารถตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกทำเลท้องมังกรหรือหางมังกรและหลีกเลี่ยงอุปสรรคอย่างไรแล้ว จากนั้นก็มาพิจารณาเรื่องของกระแสว่าสอดคล้องกับธุรกิจของเราหรือไม่ พูดง่ายๆ ก็คือให้พิจารณาว่าลูกค้าที่เราต้องการนั้นส่วนใหญ่มาจากฝั่งไหนเป็นหลัก ในที่นี้จะพูดถึงฝั่งขาเข้าหรือขาออกของเมือง ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากฝั่งเข้าเมืองก็ให้พิจารณาเลือกที่ดินที่อยู่ ฝั่งขาเข้าเมืองเท่านั้นไม่ควรเลือกที่ดินฝั่งขาออกไม่ว่าที่ดินนั้นจะน่าสนใจหรือสวยงามมากแค่ไหน ต้องรู้จริงว่าลูกค้าของเราคือกลุ่มไหน เพราะเมืองแต่ละเมืองก็มีความเจริญรุ่งเรืองและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการเปิดร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆ นั่งชิวได้ ควรหาที่ดินที่อยู่แถวบริเวณชานเมืองและอยู่ฝั่งขาออกของเมือง เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเย็นและต้องการร้านที่มีบรรยากาศดีๆ หลีกหนีความวุ่นวาย เดินทางสะดวก ดังนั้นทำเลนี้น่าจะ เหมาะสมที่สุดตามหลักของวิชาฮวงจุ้ยที่ว่า "การวางไซดักปลานั้นควรจะพิจารณากระแสน้ำว่ามาจากทางไหนเป็นสำคัญ ทำเช่นนี้แล้วเราจะได้ปลาตามที่เราต้องการ"

จินตนาการความเป็นไปได้ 📌
ขั้นตอนนี้เราต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในอนาคตของที่ดินบริเวณนั้นว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการหรือเปล่า คุณลองนึกถึงองค์ประกอบของธุรกิจของคุณว่าจะต้องมีอะไรบ้าง จริงๆ ก็คือการวาง Master Plan ในสมองแล้วจินตนาการออกมาวางบนที่ดินที่เรากำลังดูอยู่ รวมถึงพิจารณาขนาดของอาคารและองค์ประกอบอื่นๆ ในนั้นด้วย แล้วพิจารณาดูว่าที่ดินผืนนี้มีพื้นที่เพียงพอต่อความต้องการของเราหรือไม่ หากอาคารและองค์ประกอบต่างๆ เกิดขึ้นจริงจะสามารถมองเห็นได้เด่นชัดหรือเป็นไปตามที่เราอยากให้เป็นหรือเปล่า หากพิจารณาแล้วไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราต้องการหรือไม่แน่ใจ แนะนำให้หาที่ใหม่เลย
จาก 5 ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นแก่ผู้ที่กำลังเลือกหรือตัดสินใจที่จะซื้อหรือลงทุนในที่ดิน ซึงสามารถใช้พิจารณาที่ดิน ทำเล สภาพแวดล้อมทู่กต้องและเหมาะกับความต้องการ ซึ่งก็หวังว่าฮวงจุ้ยจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจในระยะเวลาอันสั้นและรวดเร็วได้ครับ